หนึ่งในปัญหาอันหนักหน่วง(ทั้งหลายทั้งปวง)ของคนไทย(ทั้งหลายทั้งปวง)คือ การที่คนไทยไม่ค่อยจะลงมือทำอะไรซักเท่าไหร่ เรียกได้ว่ามีแต่ไอเดียและไอเดียมากมายแต่ไม่ได้ถูกกลั่นกรองสกัดออกมาจากมันสมอง

          ไอเดียเป็นสิ่งที่มีค่า แต่คุณค่าของมันจะไม่ถูกรับรู้ถ้าไม่เอาไอเดียนั้นมาทำให้มันเป็นรูปธรรม เป็นจริง เป็นสิ่งที่จับต้องได้ขึ้นมา อาจเป็นเรื่องยากที่จะทำ แต่ผมค้นพบว่าบางคนไม่แม้แต่จะพยายามทำมัน แค่รู้สึกว่ามันยากก็ถอยหลังกลับลงบึงซะแล้ว

 

          ทำไมถึงไม่เริ่มลงมือทำ? คำตอบก็คงเป็นเพราะกลัวมันจะพลาด กลัวมันจะล้มเหลว ซึ่งก็คงเป็นกันทุกคน รวมทั้งผมด้วย แต่ผมคิดว่าปัญหามันคงอยู่ที่การจัดการกับความกลัวนั่นมากกว่า บางคนกลัวแต่ก็ยังรุดหน้าพยายามต่อไป บางคนไปได้ครึ่งทาง บางคนหมดความพยายามตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น

          ผมคิดว่าอุปสรรคอย่างความกลัวไม่ใช่กำแพงที่ขวางกั้นและปิดทางไม่ให้เราไปต่อ หากแต่เป็นเครื่องมือการเรียนรู้อย่างหนึ่ง เป็นโอกาสมาให้ไขว่คว้าต่างหาก

 

          แน่นอนว่าการจะทำอะไรซักอย่างก็จะมีโอกาสสูงในการผิดพลาดหรือล้มเหลว แต่เมื่อล้มเหลวแล้วการลุกขึ้นมาและยืดหยัดทำต่อก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทั้งตัวเราเองและคนอื่นๆเห็นถึงความตั้งใจของเรา

          ความตั้งใจ ความกล้าและความแน่วแน่เป็นสิ่งที่จะนำมาซึ่งพลัง ทั้งคำพูด ทั้งการกระทำสามารถมีพลังได้ด้วย 3 สิ่งนี้ เชื่อเถอะว่าถ้าคนอื่นรู้สึกถึงพลังแห่งการกระทำของเราแล้วสิ่งที่เราทำมันก็จะสำเร็จได้ในที่สุดถ้าเรายังรักษาการกระทำของเราไว้อย่างสม่ำเสมอ

 

          ผมขอยกตัวอย่างของความล้มเหลวที่เกิดขึ้นกับผมแล้วกัน ที่อยู่ๆวันหนึ่งก็เกิดอาการใจกล้าจะเอาวงL'Arcมาไทยขึ้นมา และตั้งปณิธานเอาไว้ซะแรงกล้า แต่ขาดการวางแผน ขาดการป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น สรุปก็คือ ผมด้นสดไปนั่นแหละครับ

          สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ตั้งPeitionให้คนมาลงชื่อแล้ว สุดท้ายก็มีคนอยู่จำนวนน้อยนิด จะทำเรื่องเสื้อแล้วก็ไม่มีแบบส่งเข้ามา เพราะเกิดความไม่ชัดเจนในการกระทำและการทิ้งช่วงเกิดขึ้น(ก็เนื่องด้วยการไม่วางแผนนั่นแหละ) ตอนนี้เลยปวดกบาล เงียบกริบ แล้วก็ไปสังกัดโปรเจกต์อื่นเรียบร้อย

          (แต่ผมขอบอกไว้ก่อนว่านี่เป็นการล้มชั่วคราว เดี๋ยวจะขึ้นมาบ้าพลังต่อหลังจากสมองปรอดโปร่งและเสร็จเรื่องงานมีตติ้งแล้ว

          ปล. สัญญาว่าจะทุ่มกับงานมีตติ้งให้สุดๆครับ ใครจะไปก็เจอกันในงานแล้วกันนะ)

 

          แต่ก็คงเป็นการยากที่บทความใดๆจะสามารถเปลี่ยนนนิสัยคนไทยได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ถูกปลูกฝังต่อๆกันมารุ่นต่อรุ่น ผมคิดว่าลักษณะเช่นนี้ของคนไทยไม่ใช่สิ่งที่ปล่อยเลยตามเลยได้ ผมคิดว่านิสัยนี้แหละที่เป็นตัวการสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ปัจจุบันนี้ประเทศไทยยังเป็นประเทศโลกที่สามอยู่

          ความคิดและการกระทำนั้นนับเป็นสิ่งที่คู่กันอยู่แล้ว ดังนั้นการจับสองอย่างนี้แยกกันจึงเหมือนว่าไม่มีคุณค่า คงจับมันเข้าคู่กันให้ได้ไม่ว่าคุณจะปลูกมันขึ้นมาหรือไปทีมกับคนอื่น แต่ไม่ว่ายังไง จงกล้าไว้ขอรับ!

"Dare to dream, Dare to do!"